ภาพก่อนภูเขาไฟตาอัลระเบิด ถ่ายเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2562
NASA เผยภาพจากดาวเทียม เกาะในฟิลิปปินส์ที่เคยเขียวขจี กลายสภาพเหมือนโลกพระจันทร์ หลังภูเขาไฟตาอัลระเบิดครั้งรุนแรง
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2563 เว็บไซต์ NASA Earth Observatory ขององค์การนาซา เผยรายงานพร้อมภาพถ่ายชวนน่าตกใจ เป็นภาพถ่ายจากดาวเทียม แสดงให้เห็นสภาพของเกาะในฟิลิปปินส์ หลังจากเกิดเหตุ ภูเขาไฟตาอัล (Taal Volcano) ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของกรุงมะนิลา ปะทุอย่างรุนแรง เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา ภายหลังจากสงบมานานถึง 43 ปี
การปะทุของภูเขาไฟตาอัลครั้งนี้ ได้พ่นเถ้าถ่านดำทะมึน และลาวา พุ่งสูงขึ้นเหนือท้องฟ้าเป็นกิโลเมตร จนสามารถมองเห็นได้จากอวกาศ ในวันและสัปดาห์ต่อมาหลังจากการปะทุ เถ้าถ่านที่เปียกและมีน้ำหนักตกลงสู่พื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้พืชพรรณที่เคยเขียวชอุ่ม กลายเป็นเหี่ยวแห้ง ป่าไม้ทุ่งหญ้าที่เคยเขียวขจี เปลี่ยนเป็นสีเทาน่าสะพรึง
ภายหลังจากผ่านไป 2 เดือน พื้นที่ที่ได้รับเสียหายจากเถ้าถ่านยังคงมีสภาพเป็นเช่นเดิม ความเขียวไม่กลับมา จากภาพถ่ายดาวเทียมวันที่ 11 มีนาคม ที่ผ่านมา ภูมิทัศน์ของเกาะดังกล่าวดูมีลักษณะคล้ายกับพื้นผิวดวงจันทร์มากกว่าจะเป็นเกาะ เมื่อเทียบกับภาพก่อนเกิดเหตุ ที่ถ่ายไว้เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ภาพหลังภูเขาไฟตาอัลระเบิด ถ่ายเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563
ข้อมูลระบุว่า เถ้าถ่านของภูเขาไฟ ไม่เหมือนกับเถ้าถ่านเบาบางจากไฟไหม้ป่า หรือเถ้าถ่านจากเศษไม้และกระดาษตามที่เคยเห็นทั่วไป แต่มันประกอบไปด้วยหินและแก้วชิ้นเล็ก ๆ ที่มีลักษณะแข็ง มีคม มีฤทธิ์กัดกร่อนบาง ๆ และไม่ละลายในน้ำ เมื่อเถ้าถ่านภูเขาไฟจำนวนมากเหล่านี้ตกมายังพื้น จึงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อทั้งพืช สัตว์ และผู้คน และยิ่งในกรณีของภูเขาไฟตาอัล เถ้าถ่านของมันเปียกและมีน้ำหนักพอที่จะพื้นผิวที่มันไปสัมผัสกลายเป็นโคลนสีเทา ก่อนจะแห้งและแข็งตัวเหมือนกับปูนซีเมนต์
จากการรายงานเผยว่า เถ้าถ่านของภูเขาไฟ ทำลายพืชผลทางการเกษตร ทั้งกาแฟ ข้าว ข้าวโพด โกโก้ และกล้วย รวมทั้งการปศุสัตว์ในพื้นที่ ได้รับความเสียหาย มูลค่ารวม 577 ล้านเปโซฟิลิปปินส์ หรือประมาณ 350 ล้านบาท อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อปลาทะเลที่ชาวประมงเพาะเลี้ยงไว้หลายพันแห่งในทะเลสาบตาอัล โดยประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ของปลาเหล่านี้ ถูกทำลายในช่วงที่เกิดภูเขาไฟปะทุ
ภาพจาก NASA Earth Observatory
https://hilight.kapook.com/view/201068
Showing posts with label ข่าวแปลก. Show all posts
Showing posts with label ข่าวแปลก. Show all posts
Thursday, March 19, 2020
Sunday, February 16, 2020
เมืองสั่งปิดพื้นที่รอบทะเลสาบ หลังพบงูเลื้อยมาชุมนุมกันเพียบ เปิดทางให้ในช่วงฤดูผสมพันธุ์
ภาพจาก เฟซบุ๊ก City of Lakeland Parks & Recreation
ทางการประกาศปิดกั้นพื้นที่รอบทะเลสาบ หลังพบฝูงงูมาร่วมชุมนุม ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ แนะคนอย่าเข้าไปรบกวน ปล่อยให้งูจัดการธุระกันไปตามธรรมชาติ
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ทางกรมนันทนาการและสวนสาธารณะประจำเมืองเลกแลนด์ รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เพิ่งจะออกมาแจ้งเตือนประชาชนและทำการปิดกั้นพื้นที่ใกล้ ๆ ทะเลสาบฮอลลิงส์เวิร์ธ ในสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดทางให้กลุ่มงูจำนวนมากมารวมตัวกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์
ทั้งนี้ ทางกรมนันทนาการและสวนสาธารณะประจำเมืองเลกแลนด์ ยังได้ชี้แจงด้วยว่า งูน้ำฟลอริดาที่มาชุมนุมกันเพื่อผสมพันธุ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่งูพิษ และปกติก็ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว เว้นแต่จะถูกเข้าไปรบกวน โดยพวกมันจะมารวมตัวกันเพื่อผสมพันธุ์ปีละครั้ง และคาดว่าเมื่อฤดูผสมพันธุ์จบลง งูก็จะแยกย้ายกันไปเอง นอกจากนี้ทางกรมยังย้ำว่างูเหล่านี้มีส่วนสำคัญทางระบบนิเวศ มนุษย์จึงไม่สมควรเข้าไปรบกวน
ทางการประกาศปิดกั้นพื้นที่รอบทะเลสาบ หลังพบฝูงงูมาร่วมชุมนุม ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ แนะคนอย่าเข้าไปรบกวน ปล่อยให้งูจัดการธุระกันไปตามธรรมชาติ
วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ทางกรมนันทนาการและสวนสาธารณะประจำเมืองเลกแลนด์ รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เพิ่งจะออกมาแจ้งเตือนประชาชนและทำการปิดกั้นพื้นที่ใกล้ ๆ ทะเลสาบฮอลลิงส์เวิร์ธ ในสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดทางให้กลุ่มงูจำนวนมากมารวมตัวกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์
โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น สืบเนื่องจากทางหน่วยงานได้รับแจ้งว่ามีประชาชนพบงูในพื้นที่ดังกล่าวหลายครั้ง จึงได้รวมกับทางกรมโยธาเข้าไปตรวจสอบ กระทั่งพบว่าช่วงเวลานี้เป็นฤดูผสมพันธุ์ของงูน้ำฟลอริดา ทำให้มีงูจำนวนมากเลื้อยมารวมตัวกันรอบ ๆ ทะเลสาบเพื่อหาคู่ผสมพันธุ์
ดังนั้นเพื่อให้งูเหล่านี้สามารถจัดการธุระส่วนตัวได้อย่างสะดวก โดยไม่มีมนุษย์เข้าไปรบกวน ทางการจึงตัดสินใจนำเทปไปขึงกั้นพื้นที่รอบ ๆ ทะเลสาบ ไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและเหล่างูจำนวนมาก
Wednesday, December 4, 2019
ลูกหมาถูกทิ้ง มีหางงอกกลางหัว คนแห่เอ็นดู ตั้งฉายา เจ้ายูนิคอร์นน้อย
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull
เจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ ช่วยลูกหมาถูกทิ้ง มีหางจิ๋วงอกกลางหัว เรียกกันว่า เจ้ายูนิคอร์นน้อย กลายเป็นโด่งดัง มีแต่คนเอ็นดูมากมายเลยตอนนี้
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เว็บไซต์เดอะซัน เผยเรื่องราวของเจ้าตูบน้อยตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสุนัขที่มีความแปลกประหลาดและพิเศษรวมอยู่ด้วยกัน เพราะมีหางจิ๋วงอกขึ้นมากลางหัว แต่ก่อนที่จะกลายมาเป็นที่รู้จัก มันมีชะตากรรมที่น่าเศร้า
เจ้าของใจร้ายนำมันมาทิ้ง ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใด แต่เคราะห์ดีที่ทางเจ้าหน้าที่ทีม Mac's Mission กลุ่มองค์กรช่วยเหลือสัตว์ ในรัฐมิสซูรี สหรัฐฯ ไปพบมันอยู่กับสุนัขตัวใหญ่อีกตัวหนึ่ง จึงได้ช่วยพวกมันไว้ โดยเจ้าตูบน้อยอยู่ในสภาพบาดเจ็บ เท้ามีแผล คาดว่าเป็นสายพันธุ์ดัชชุนด์ ผสมเทอร์เรีย แต่ที่สะดุดตาจริง ๆ ก็คงจะเหมือนที่เห็น ๆ กันอยู่ นั่นก็คือ มีหางจิ๋วงอกออกมากลางหัว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull
ภายหลังจากทำการเอกซเรย์และตรวจเช็กร่างกายที่คลินิกสัตว์ Cape Small Animal Clinic ก็พบว่า หางจิ๋วกลางหัวของมันนั้น ไม่ได้เชื่อมต่อกับการทำงานใด ๆ ในร่างกาย และมันไม่สามารถกระดิกหรือส่ายไป-มาเองเหมือนหางทั่วไปได้ ซึ่งหางปกติของมันก็ยังคงมีอยู่ และใช้การได้ปกติ แม้จะดูแปลกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะเท่ากับว่า หางจิ๋วนี้เป็นความพิเศษที่ทำให้มันกลายเป็นลูกสุนัขที่เจ๋งสุด ๆ เท่าที่เคยพบมา
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull
ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งชื่อให้ว่า นาร์วาล (Narwhal) และเพราะรูปลักษณ์ที่พิเศษ ทำให้เจ้านาร์วาลได้รับฉายาว่า เจ้ายูนิคอร์นน้อย โดยภายหลังจากทางเจ้าหน้าที่นำภาพและคลิปความน่ารักไปโพสต์แชร์ในเพจทางโซเชียล ก็กลายเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมาก ต่างพากันเอ็นดูและชื่นชม จนตอนนี้โด่งดังใหญ่แล้ว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull
อย่างไรก็ดี หากในภายหลังพบว่าหางจิ๋วของเจ้านาร์วาลจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ก็จำเป็นต้องตัดมันทิ้ง เมื่อเจ้านาร์วาลเติบโตและแข็งแรงพอที่จะทนรับกับการผ่าตัดได้ แต่ทั้งนี้ หากพบว่าหางจิ๋วนี้ไม่เป็นปัญหาใด ๆ ก็จะเก็บมันไว้เช่นนี้ ซึ่งตอนนี้ทางสัตวแพทย์เผยว่า ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องตัดความพิเศษนี้ออกไปจากเจ้านาร์วาล
https://pet.kapook.com/view217164.html
เจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ ช่วยลูกหมาถูกทิ้ง มีหางจิ๋วงอกกลางหัว เรียกกันว่า เจ้ายูนิคอร์นน้อย กลายเป็นโด่งดัง มีแต่คนเอ็นดูมากมายเลยตอนนี้
วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เว็บไซต์เดอะซัน เผยเรื่องราวของเจ้าตูบน้อยตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสุนัขที่มีความแปลกประหลาดและพิเศษรวมอยู่ด้วยกัน เพราะมีหางจิ๋วงอกขึ้นมากลางหัว แต่ก่อนที่จะกลายมาเป็นที่รู้จัก มันมีชะตากรรมที่น่าเศร้า
เจ้าของใจร้ายนำมันมาทิ้ง ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใด แต่เคราะห์ดีที่ทางเจ้าหน้าที่ทีม Mac's Mission กลุ่มองค์กรช่วยเหลือสัตว์ ในรัฐมิสซูรี สหรัฐฯ ไปพบมันอยู่กับสุนัขตัวใหญ่อีกตัวหนึ่ง จึงได้ช่วยพวกมันไว้ โดยเจ้าตูบน้อยอยู่ในสภาพบาดเจ็บ เท้ามีแผล คาดว่าเป็นสายพันธุ์ดัชชุนด์ ผสมเทอร์เรีย แต่ที่สะดุดตาจริง ๆ ก็คงจะเหมือนที่เห็น ๆ กันอยู่ นั่นก็คือ มีหางจิ๋วงอกออกมากลางหัว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull
ภายหลังจากทำการเอกซเรย์และตรวจเช็กร่างกายที่คลินิกสัตว์ Cape Small Animal Clinic ก็พบว่า หางจิ๋วกลางหัวของมันนั้น ไม่ได้เชื่อมต่อกับการทำงานใด ๆ ในร่างกาย และมันไม่สามารถกระดิกหรือส่ายไป-มาเองเหมือนหางทั่วไปได้ ซึ่งหางปกติของมันก็ยังคงมีอยู่ และใช้การได้ปกติ แม้จะดูแปลกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะเท่ากับว่า หางจิ๋วนี้เป็นความพิเศษที่ทำให้มันกลายเป็นลูกสุนัขที่เจ๋งสุด ๆ เท่าที่เคยพบมา
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull
ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งชื่อให้ว่า นาร์วาล (Narwhal) และเพราะรูปลักษณ์ที่พิเศษ ทำให้เจ้านาร์วาลได้รับฉายาว่า เจ้ายูนิคอร์นน้อย โดยภายหลังจากทางเจ้าหน้าที่นำภาพและคลิปความน่ารักไปโพสต์แชร์ในเพจทางโซเชียล ก็กลายเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมาก ต่างพากันเอ็นดูและชื่นชม จนตอนนี้โด่งดังใหญ่แล้ว
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull
อย่างไรก็ดี หากในภายหลังพบว่าหางจิ๋วของเจ้านาร์วาลจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ก็จำเป็นต้องตัดมันทิ้ง เมื่อเจ้านาร์วาลเติบโตและแข็งแรงพอที่จะทนรับกับการผ่าตัดได้ แต่ทั้งนี้ หากพบว่าหางจิ๋วนี้ไม่เป็นปัญหาใด ๆ ก็จะเก็บมันไว้เช่นนี้ ซึ่งตอนนี้ทางสัตวแพทย์เผยว่า ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องตัดความพิเศษนี้ออกไปจากเจ้านาร์วาล
https://pet.kapook.com/view217164.html
Sunday, December 1, 2019
เหลือมชะตาขาด โดนจงอางฉกไปกิน เขมือบลงท้องชิล ๆ แต่สุดท้ายตายคู่
ภาพจาก Renato Daligdig
งูเหลือมชะตาขาด โดนงูจงอางฉกไปกิน กลืนลงท้องสบาย ๆ ทั้งตัว แต่งานนี้งูจงอางก็จะชะตาดับ ชาวบ้านดันไปเจอ โดนทุบตายอนาถ
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดตีโมกดาเบา เขตดาเบา บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ พบเห็นงูจงอางขนาดใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ในนาข้าว
งูเหลือมชะตาขาด โดนงูจงอางฉกไปกิน กลืนลงท้องสบาย ๆ ทั้งตัว แต่งานนี้งูจงอางก็จะชะตาดับ ชาวบ้านดันไปเจอ โดนทุบตายอนาถ
เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดตีโมกดาเบา เขตดาเบา บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ พบเห็นงูจงอางขนาดใหญ่ตัวหนึ่งอยู่ในนาข้าว
ด้วยความที่ในพื้นที่ดังกล่าวมีชาวบ้านถูกงูจงอางกัดตายอยู่บ่อยครั้ง ชาวบ้านที่พบงูจึงหวาดกลัวและสยดสยองมาก พวกเขาจึงพากันรุมทุบงูจงอางตัวดังกล่าวจนตาย
ภาพจาก Renato Daligdig
ชาวบ้านสังเกตได้ว่างูจงอางตัวบวมผิดปกติ และมีหางงูออกมาจากปากของมัน พวกเขาคิดว่ามันคงกินงูสักตัวเข้าไป จึงได้นำงูดังกล่าวกลับมายังหมู่บ้าน และผ่าซากงูจงเปิดดู แล้วทุกคนก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กัน เพราะเหยื่อในท้องมันคืองูเหลือมขนาดไม่เล็กเลย
ภาพจาก Renato Daligdig
งูจงอางได้ฆ่างูเหลือมจนตายแล้วเขมือบท่อนหัวกลืนเข้าไปทั้งตัว จนเหลือแต่หางห้อยออกมาจากปากเล็กน้อย ชาวบ้านได้ช่วยกันดูงูเหลือมออกมาจากตัวงูจงอาง แล้วนำซากงูทั้งสองมาวางข้างกัน พบว่างูทั้งสองมีความยาวพอ ๆ กัน ขนาดลำตัวก็ไม่ใหญ่กว่ากันมากนัก
ภาพจาก Renato Daligdig
ด้วยความที่งูเหลือมไม่ได้ตัวใหญ่มาก งูจงอางจึงเอาชนะและกินมันเข้าไปได้โดยง่าย แต่ถ้าเป็นงูเหลือมที่ตัวใหญ่กว่านี้ ตัวมันเองอาจจะเป็นฝ่ายที่พ่ายแพ้ แต่อย่างไรก็ตาม ราชางูตัวนี้ก็ไม่ทันได้อิ่มอร่อยกับมืออาหาร และต้องมาตายด้วยฝีมือมนุษย์
ภาพจาก Renato Daligdig
ภาพจาก Renato Daligdig
ภาพจาก Renato Daligdig
Monday, May 1, 2017
ชาวญี่ปุ่นแก้เผ็ดโจรขโมยปลาทอง ตัดหัวหุ่นมาติดหลอก เอาให้หลอนไปทั้งซอย
ชาวญี่ปุ่นผุดไอเดียเจ๋ง
ติดหัวหุ่นหน้าตาสุดหลอนไว้ขู่โจร หลังโดนขโมยปลาทองอยู่หลายครั้ง
เห็นแบบนี้ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาหลอนนะ มันมีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ข้างในด้วย !
เป็นที่ทราบกันดีว่าญี่ปุ่นคือประเทศที่มีความปลอดภัยมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ถึงแม้ว่าความปลอดภัยสูง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น การลอบวางเพลิง บุกโจรกรรม หรือลักเล็กขโมยน้อย ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ชาวญี่ปุ่นก็ต้องระวังตัวเองเพื่อความปลอดภัย บ้างก็เลี้ยงสุนัขไว้ที่บ้านเพื่อคอยเฝ้าระวังภัย และปิดประตูล็อกกลอนบ้านให้แน่นหนา ชาวญี่ปุ่นคนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบปัญหา มีโจรแอบย่องมาขโมยปลาทองของเขาจนทนไม่ไหว เขาจึงติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเอาไว้ซะเลย สิ่งนั้นคือ หัวหุ่นชวนหลอน
เป็นที่ทราบกันดีว่าญี่ปุ่นคือประเทศที่มีความปลอดภัยมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ถึงแม้ว่าความปลอดภัยสูง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีการก่ออาชญากรรมเกิดขึ้น การลอบวางเพลิง บุกโจรกรรม หรือลักเล็กขโมยน้อย ถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ชาวญี่ปุ่นก็ต้องระวังตัวเองเพื่อความปลอดภัย บ้างก็เลี้ยงสุนัขไว้ที่บ้านเพื่อคอยเฝ้าระวังภัย และปิดประตูล็อกกลอนบ้านให้แน่นหนา ชาวญี่ปุ่นคนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ประสบปัญหา มีโจรแอบย่องมาขโมยปลาทองของเขาจนทนไม่ไหว เขาจึงติดตั้งอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเอาไว้ซะเลย สิ่งนั้นคือ หัวหุ่นชวนหลอน
จากการรายงานของเว็บไซต์ร็อคเก็ตนิวส์ 24 เมื่อวันที่
7 เมษายน 2560 ระบุว่า ชาวญี่ปุ่นคนนี้ได้เล่าเรื่องราวปัญหาที่เขาพบเจอลงบนทวิตเตอร์
เปิดเผยว่า "การลักขโมยมันคืออาชญากรรม !
นี่คือมิฮารุจังกับมาโมรุ จะคอยช่วยระวังภัยป้องกันขโมยที่ชอบดอดมาลักปลาทองกับปลาคิลลี่
ขอโทษด้วยนะถ้ามันทำให้ทุกคนตกใจ"
มิฮารุจังกับมาโมรุคุงคือหัวหุ่นหญิงชายหน้าตาชวนหลอน
ชาวญี่ปุ่นผู้เคืองแค้นโจรขโมยปลาได้ติดตั้งมันไว้บริเวณตรอกใกล้บ้านเพื่อเป็นการขู่โจร ให้กลัว ถึงแม้ว่าจะฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่จริง ๆ
แล้วมันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะด้านในหัวหุ่นทั้งสองหัวคือกล้องวงจรปิดที่ซ่อนเอาไว้นั่นเอง
งานนี้ถ้ามีโจรย่องมาละก็ จับได้แน่นอน แต่มันจะทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ต๊กกะใจเอาเสียก่อนนะสิ
ชื่อของหุ่นทั้ง 2 ตัวนี้ก็มีความหมายเช่นกัน ไม่ได้ตั้งชื่อมาเล่น ๆ มิฮารุมีความหมายว่า คอยเฝ้าระวัง ส่วนมาโมรุมีความหมายว่า ปกป้องคุ้มครอง ตอนนี้ก็คงนอนสบายใจมากขึ้นมากกว่าเดิมแล้วล่ะ มีมิฮารุกับมาโมรุคอยเฝ้า หวังว่าจะสามารถตามจับขโมยตัวแสบได้เร็ว ๆ นะ
ภาพจาก
Twitter
@omott_
https://hilight.kapook.com/view/152484
Saturday, April 1, 2017
หนุ่มปวดหัวหนัก หมอผ่าตัดพบพยาธิสยองชอนไชสมอง ตัวยาวกว่า 10 ซม. !
แพทย์จีนช่วยผ่าตัดสมองหนุ่มวัยรุ่น
หลังปวดหัวเรื้อรังมานานกว่า 2 ปี พบสาเหตุสุดช็อก
เป็นพยาธิสยองตัวยาวกว่า 10 เซนติเมตรชอนไชอยู่
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 เว็บไซต์เมโทร รายงานว่า เหวิน เซียวลี่ หนุ่มชาวจีนวัย 19 ปี ต้องทนทุกข์จากอาการปวดหัวเรื้อรังมาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองเป็นไมเกรนจึงไปหาซื้อยามากิน แต่อาการก็ไม่ทุเลาลง สุดท้ายทนไม่ไหวจึงเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจรักษา ทีมแพทย์ทำการเอกซเรย์สมองของเขาดูก็พบว่ามีอาการของโรคสปาร์กาโนซิส อันเกิดจากพยาธิฝังตัวอยู่ในร่างกาย ซึ่งในที่นี้คือสมอง
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 เว็บไซต์เมโทร รายงานว่า เหวิน เซียวลี่ หนุ่มชาวจีนวัย 19 ปี ต้องทนทุกข์จากอาการปวดหัวเรื้อรังมาเป็นเวลานานกว่า 2 ปี ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองเป็นไมเกรนจึงไปหาซื้อยามากิน แต่อาการก็ไม่ทุเลาลง สุดท้ายทนไม่ไหวจึงเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจรักษา ทีมแพทย์ทำการเอกซเรย์สมองของเขาดูก็พบว่ามีอาการของโรคสปาร์กาโนซิส อันเกิดจากพยาธิฝังตัวอยู่ในร่างกาย ซึ่งในที่นี้คือสมอง
ที่มาที่ไปของพยาธิตัวนี้ คาดว่ามันมาจากตอนที่เหวินทำมีดบาดมือตัวเองขณะทำถลกหนังกบเพื่อนำมาปรุงอาหาร
ตัวอ่อนพยาธิที่อยู่ในตัวกบจึงเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านบาดแผลที่มือ จนในที่สุดไปฝังตัวเจริญเติบโตอยู่ในเซลล์สมอง
ซึ่งตอนที่แพทย์ผ่าตัดนำมันออกมา มันยังมีชีวิตอยู่และดิ้นดุกดิกชอนไชไปมา วัดขนาดความยาวได้ถึง
10 เซนติเมตร
นายแพทย์หยาง จื่อเฉียน ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เปิดเผยว่า การติดเชื้อพยาธิในลักษณะนี้ไม่พบได้บ่อยนัก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายแล้ว มันสามารถเคลื่อนไหวไปได้ทั่ว และเมื่อมันขึ้นมาถึงสมอง มันจะฝังตัวอยู่ในนั้นและกัดกินเซลล์สมองเป็นอาหาร ซึ่งในขณะเดียวกัน มันก็จะขับของเสียที่เป็นสารพิษออกมา ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด และอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ ซึ่งถ้าไม่รักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจสูญเสียความทรงจำ พูดไม่ได้ ไปจนถึงอัมพาต
นายแพทย์หยาง จื่อเฉียน ศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด เปิดเผยว่า การติดเชื้อพยาธิในลักษณะนี้ไม่พบได้บ่อยนัก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเมื่อพยาธิเข้าสู่ร่างกายแล้ว มันสามารถเคลื่อนไหวไปได้ทั่ว และเมื่อมันขึ้นมาถึงสมอง มันจะฝังตัวอยู่ในนั้นและกัดกินเซลล์สมองเป็นอาหาร ซึ่งในขณะเดียวกัน มันก็จะขับของเสียที่เป็นสารพิษออกมา ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด และอาจเป็นอันตรายร้ายแรงได้ ซึ่งถ้าไม่รักษาอย่างทันท่วงที ผู้ป่วยอาจสูญเสียความทรงจำ พูดไม่ได้ ไปจนถึงอัมพาต
ภาพจาก itoutiao.org
https://hilight.kapook.com/view/151261
Thursday, March 30, 2017
บริษัทออกแบบสหรัฐฯ ผุดไอเดียสร้างตึกสุดแหวก แขวนลงมาจากดาวเคราะห์น้อย
บริษัทออกแบบในนิวยอร์ก
สหรัฐฯ ผุดไอเดียการออกแบบสร้างอาคารแนวพิสดาร ตีลังกาแขวนลงมาจากดาวเคราะห์น้อย
แถมยังเคลื่อนที่ได้อีกด้วย
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 เว็บไซต์เทเลกราฟ เปิดเผยรายงานว่า คลาวด์ส อาคิเทคเจอร์ ออฟฟิศ (Clouds Architecture Office) บริษัทออกแบบในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ได้บรรเจิดไอเดียการออกแบบสร้างตึกอาคารที่งดงามแบบแหวกแนวขึ้นมา นั้นคือ จากที่ให้รากฐานตึกอยู่บนพื้นดินแบบปกติ ก็ให้สลับสับเปลี่ยนตีลังกา ให้ฐานไปอยู่ด้านบนอากาศแทน โดยการแขวนไว้กับดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ห่างจากโลกของเราไปมากกว่า 5 หมื่นกิโลเมตร
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 เว็บไซต์เทเลกราฟ เปิดเผยรายงานว่า คลาวด์ส อาคิเทคเจอร์ ออฟฟิศ (Clouds Architecture Office) บริษัทออกแบบในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ได้บรรเจิดไอเดียการออกแบบสร้างตึกอาคารที่งดงามแบบแหวกแนวขึ้นมา นั้นคือ จากที่ให้รากฐานตึกอยู่บนพื้นดินแบบปกติ ก็ให้สลับสับเปลี่ยนตีลังกา ให้ฐานไปอยู่ด้านบนอากาศแทน โดยการแขวนไว้กับดาวเคราะห์น้อยที่อยู่ห่างจากโลกของเราไปมากกว่า 5 หมื่นกิโลเมตร
โดยตึกจำลองในไอเดียนี้มีชื่อว่า
อนาเลมมา (Analemma) ซึ่งจะกลายเป็นตึกที่สูงที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมนุษย์สร้างมา
โดยตัวตึกจะถูกยึดด้วยสายเคเบิลที่มีความแข็งแรงพิเศษ แล้วให้ยอดตึกหันชี้ลงมายังพื้นโลก
ตัวตึกเคลื่อนที่ตามวงโคจรของดาวเคราะห์น้อยจากซีกโลกเหนือไปซีกโลกใต้
ด้านนักออกแบบ เผยว่า
เนื่องด้วยตัวอาคารแบบนี้แขวนลงมาจากอากาศ จึงทำให้สามารถสร้างขึ้นที่บริเวณไหนของโลกก็ได้
ส่วนเรื่องพลังงานไฟฟ้าจะอาศัยพลังงานแสงอาทิตย์ ส่วนระบบน้ำจะใช้เป็นระบบกึ่งปิดที่สามารถกรองและรีไซเคิลได้
โดยอาศัยการควบแน่นของเมฆฝน
สำหรับการออกแบบตึกลักษณะนี้
เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความสูงและเป็นส่วนตัวมากกว่าอาคารสูงเสียดฟ้าทั่วไป
อีกทั้งยังเคลื่อนที่ได้ ในส่วนของราคานั้นจะคิดเป็นต่อตารางฟุตและสูงขึ้นตามระดับชั้นที่สูงขึ้นมาจากพื้นดิน
และจะต้องเป็นราคาที่สูงมาก อันเนื่องมาจากงบประมาณการก่อสร้างตึกที่มากมายมหาศาล
ภาพจาก Clouds AO
รายละเอียดเพิ่มเติม
iflscience.com
iflscience.com
https://hilight.kapook.com/view/151120
Subscribe to:
Posts (Atom)





























