Showing posts with label เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์โลก. Show all posts
Showing posts with label เรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์โลก. Show all posts

Thursday, June 11, 2020

ชะตากรรมสลด ลูกสิงโตถูกคนใจร้ายจับหักขา ทารุณสารพัด ไม่ให้หนีตอน นทท. มาถ่ายรูป


      เวทนา ลูกสิงโตถูกคนใจร้ายจับหักขา ไม่ให้หนีตอนมีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูป ชี้ถูกทารุณสารพัดจนใกล้ตาย แต่ชะตาเปลี่ยนเมื่อได้รับความช่วยเหลือ จนตอนนี้เริ่มเดินได้อีกครั้ง


      วันที่ 10 มิถุนายน 2563 เว็บไซต์เดลี่เมล มีรายงานเรื่องราวชวนสะเทือนใจของลูกสิงโตตัวหนึ่ง ที่ได้รับความทรมานสารพัดจากน้ำมือของมนุษย์ ถูกพรากจากอกแม่ ก่อนจะถูกคนใจร้ายจับหักขาหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้มันหนีไปไหนระหว่างนำตัวมาให้นักท่องเที่ยวบนชายหาดในรัสเซียได้เข้ามาถ่ายรูปด้วย

ภาพจาก Instagram karendallakyan

       รายงานเผยว่า ซิมบ้า ลูกสิงโตตัวนี้ ถูกมนุษย์แอบลักพาตัวมาจากแม่ของมัน ตั้งแต่ตอนที่มีอายุไม่กี่สัปดาห์ จากนั้นมันก็ถูกช่างภาพรายหนึ่งนำมาเร่ร่อนตระเวนไปตามชายหาดที่เมืองโซชี ในดินแดนครัสโนดาร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศรัสเซีย เมื่อฤดูร้อนปี 2562 เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายรูป


       อย่างไรก็ตาม เมื่อซิมบ้าเริ่มโตขึ้นช่างภาพใจร้ายก็ตีขามันจนหักเพื่อให้มันอยู่นิ่ง ๆ และไม่วิ่งหนีไปไหน ซิมบ้ายังถูกทารุณอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการทุบตี ปล่อยให้อดอาหารจนซูบผอม ต่อมามีคนพบมันถูกล่ามไว้ในโรงนาที่ทั้งสกปรกและหนาวเหน็บ ในภูมิภาคดาเกสถาน

       สื่อท้องถิ่นเผยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้สุขภาพของลูกสิงโตทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว โดยความเจ็บปวดทรมานที่ได้รับจากอาการบาดเจ็บสาหัสที่กระดูกสันหลัง ทำให้มันใกล้ตาย ชีวิตของลูกสิงโตราวกับอยู่ในนรกบนดิน


       อย่างไรก็ตาม นับเป็นโชคดีมันได้รับความช่วยเหลือในที่สุด โดย ยูเลีย อกีวา ผู้นำทีมภารกิจช่วยเหลือสัตว์ป่า เผยถึงสภาพของซิมบ้าตอนที่เขาไปพบตัวมันว่า ลูกสิงโตไม่ได้รับอาหารอะไรเลย และยังมีน้ำค้างหยดใส่ตัวมันตลอดเวลา ในตอนที่ลูกสิงโตซึ่งอ่อนแอและผอมแห้งพยายามเลียอุ้งเท้าเพื่อทำความสะอาดตัวเอง มันยังสะดุ้งด้วยความเจ็บปวด ขาหลังของมันบิดเบี้ยวอย่างเห็นได้ชัด

       ที่เลวร้ายไปยิ่งกว่านั้น คือเจ้าหน้าที่พบว่าซิมบ้ายังมีความทุกข์ทรมานจากอาการอื่น ๆ เพิ่มเติม มันมีแผลกดทับ ลำไส้อุดตันและกล้ามเนื้อลีบที่ขาหลัง


       คนที่ช่วยเหลือซิมบ้า ตัดสินใจนำตัวมันมาหา คาเรน ดัลลักยาน สัตวแพทย์เฉพาะทางในเมืองเชเลียบินสค์ เพื่อทำการดูแลรักษาลูกสิงโตที่น่าสงสาร ซึ่งพบว่าภายหลังการผ่าตัดช่วยชีวิต รวมถึงการดูแลอย่างเอาใจใส่ของสัตวแพทย์ อาการของซิมบ้าก็ค่อย ๆ ดีขึ้นทีละน้อย และมันก็เริ่มเรียนรู้การเดินใหม่อีกครั้ง ภายใต้การกระตุ้นอย่างอ่อนโยนจากคาเรน

       แม้จะเจ็บปวด แต่ลูกสิงโตที่ก่อนหน้านี้ทำได้เพียงค่อย ๆ คลาน ก็เริ่มลุกขึ้นและเดินได้อีกครั้ง ในก้าวที่โซเซ นับเป็นการฟื้นฟูอย่างน่าอัศจรรย์สำหรับลูกสิงโตที่ถูกทารุณกรรม


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังค้างคาใจคาเรนอยู่ ก็คือการที่ไม่มีการสืบสวนหรือดำเนินคดีอะไรกับคนที่ทารุณกรรมสัตว์ตัวนี้ ซึ่งเขาก็ได้ตัดสินใจพูดถึงเรื่องชะตากรรมของซิมบ้า ให้ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้ทราบระหว่างการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ในช่วงที่ประเทศถูกล็อกดาวน์ ซึ่งทางผู้นำรัสเซียก็ช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น และให้คำมั่นว่าจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์

ภาพจาก Instagram karendallakyan

       ทั้งนี้ หลังจากที่ทางประธานาธิบดีมีคำสั่งให้เริ่มสอบสวนคดีอาญา ต่อคนที่เกี่ยวข้องแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ได้เข้ามาสอบสวน อย่างไรก็ตามช่างภาพที่เคยนำซิมบ้าออกไปเร่ถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว ปฏิเสธข้อหาทารุณกรรมสัตว์ อ้างว่าตัวเองได้ยกลูกสิงโตให้กับเจ้าของใหม่ไปแล้ว

ภาพจาก Instagram karendallakyan


Tuesday, June 2, 2020

จากแมวที่เหมือนไม่ใช่แมว ขนยาวรุงรังราวพรมผ้าเก่า ๆ ได้รับการแปลงโฉมชุบชีวิต


          เหมียวจรจัดขนยาวรุงรังราวกับพรมผ้าเก่า ๆ ถูกทิ้ง ดูแทบไม่ออกว่าเป็นแมว ได้รับการแปลงโฉมชุบชีวิตใหม่ เปลี่ยนไปสุดทึ่ง ดูออกว่าเป็นแมวจริง ๆ เสียที

          - เจ้าหน้าที่ขององค์กรช่วยเหลือสัตว์ Arizona Humane Society ได้เจอกับสัตว์จรจัดตัวหนึ่ง สภาพสุดเวทนา มองดูไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร ในตอนแรกแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคือ สิ่งมีชีวิต

          - สภาพภายนอกของมันขนยาวเฟื้อยรุงรังและเป็นสังกะตัง นอนกองอยู่ราวกับเป็นพรมขนสัตว์เก่า ๆ ที่ถูกทิ้งเอาไว้ แต่เมื่อมั่นใจว่าสิ่งนี้มีลมหายใจ ทางอาสาสมัครจึงเข้าช่วยเหลือและพากลับมาดูแล



           - และแล้วก็พบว่า เจ้าก้อนนี้ แท้จริงแล้วคือเจ้าเหมียวอายุ 4 ปี ที่มีขนยาวหนาและหนักเกือบ 1 กิโลกรัม นทีมอาสาจึงช่วยจัดการตัดขนออก กระทั่งในที่สุด ก็ได้เจอตัวจิ๋วที่ซ่อนอยู่ภายใต้ขนหนา

           - เหมียวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู แต่แววตายังแสดงให้เห็นถึงความไม่คุ้นเคย เมื่อเปรียบเทียบภาพก่อนและหลังตัดขนออก แทบจะดูไม่ออกว่าเป็นตัวเดียวกัน

           - เจ้าหน้าที่ตั้งชื่อให้ว่า เจ้าฟลัฟเฟอร์ (Fluffer) ที่มาจากขนหนาฟูฟ่องของมันนั่นเอง


             - มีคนสงสัยว่าทำไมเจ้าของเจ้าฟลัฟเฟอร์ถึงอยู่ในสภาพนี้ ทางเจ้าหน้าที่เผยว่า เจ้าของเก่าไม่ได้ทิ้งมัน แต่เขาเสียชีวิตจากไปแล้ว เจ้าฟลัฟเฟอร์จึงอาศัยเอาชีวิตรอดไปตามชะตากรรม

              - แต่หลังจากนี้ไม่เป็นไรแล้ว เพราะเพียงแค่ 2 วันหลังจากเจ้าฟลัฟเฟอร์ได้รับการแปลงโฉมใหม่ ก็มีครอบครัวใจดีมารับไปเลี้ยงเป็นที่เรียบร้อย และหวังว่าหลังจากนี้ มันจะไม่กลับไปอยู่ในสภาพเดิมอีกแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก metro.co.uk

Thursday, May 28, 2020

ลูกเสือน้อย สูญเสียแม่ หิวทนไม่ไหว จำต้องออกจากป่า ขอมนุษย์ช่วยด้วย


         ลูกเสือโคร่งไซบีเรีย ใช้ชีวิตลำพังหลังแม่ตาย เด็กเกินกว่าจะหาเหยื่อกินเป็น หิวโหยจนทนไม่ไหว ต้องร่อนเร่จากป่า ขอความช่วยเหลือจากมนุษย์

         วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 เว็บไซต์เดลี่เมล รายงานว่า ชาวบ้านหมู่บ้านกอร์โนโวดโนเย ในพื้นที่ดินแดนปรีมอร์สกี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัสเซีย สังเกตเห็นลูกเสือโคร่งตัวหนึ่ง เดินออกจากป่ามาร่อนเร่อยู่ตามท้องถนน ชาวบ้านเป็นกังวลกลัวว่ามันจะถูกล่าหรือได้รับอันตราย อีกทั้งคิดว่ามันคงหิว แต่ไม่กล้าเข้าใกล้มัน พวกเขาจึงรีบติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามาตรวจสอบ และความจริงที่น่าเศร้าก็ถูกเปิดเผย

          ลูกเสือโคร่งตัวดังกล่าวคือ เสือโคร่งอามูร์ (Amur Tiger) หรือเสือโคร่งไซบีเรีย (Siberian Tiger) เป็นสายพันธุ์เสือที่จัดอยู่ในสถานะสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species) ตามข้อมูลในบัญชีแดงขององค์กรระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ ไอยูซีเอ็น (IUCN - International Union for Conservation of Nature) โดยปัจจุบันพบว่ามีเสือโคร่งไซบีเรียหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติน้อยกว่า 700 ตัว



          ตามปกติแล้ว เสือโคร่งไซบีเรียจะอยู่ในป่าลึกและซ่อนตัวจากมนุษย์ การที่มันออกมาเดินร่อนเร่ให้เห็น แสดงว่ามันต้องการความช่วยเหลือและหิวโหยมาก เจ้าหน้าที่เชื่อว่ามันพลัดหลงกับแม่ พวกเขาจึงปล่อยให้มันอยู่ในป่าบริเวณดังกล่าว พร้อมจัดทีมคอยเฝ้าติดตามสำรวจอย่างใกล้ชิด และเฝ้ารอคอยเผื่อแม่ของมันอาจจะกลับมา

          แต่หลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์ ทุกคนก็หมดความหวัง สันนิษฐานว่าแม่ของมันน่าจะตายไปแล้ว อาจตายเพราะอุบัติเหตุ หรือไม่ก็ตกเป็นเหยื่อของนายพราน



          เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจยิงยาสลบใส่เจ้าเสือน้อย และนำมันกลับมาดูแล เนื่องจากมันยังเด็กมาก ไม่สามารถหาอาหารได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งยังเสี่ยงอันตรายมากถ้าปล่อยไว้แบบนั้น ซึ่งจากการตรวจสอบพวกเขาพบว่าลูกเสือโคร่งตัวนี้เป็นเพศเมีย อายุประมาณ 10 เดือน

          วิกตอร์ คุซเมนโก ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์และฟื้นฟูเสือโคร่งไซบีเรีย เปิดเผยว่า เจ้าตัวเล็กอยู่ในสภาพขาดสารอาหารและอ่อนเพลียอย่างมาก แต่หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะคอยดูแลให้อาหาร พร้อมจับตาดูอย่างใกล้ชิดภายในพื้นที่ศูนย์อนุรักษ์


          หลังจากผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ ทุกอย่างก็เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นมาก ลูกเสือสุขภาพแข็งแรงดี น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น จนกลับมาเป็นปกติ ไม่ผอมซูบเหมือนเดิม และออกจะดูสมบูรณ์ด้วยซ้ำ


          เจ้าหน้าที่ยังคงดูแลมันอยู่ จนกว่าจะถึงเวลาที่มันเติบโตขึ้น พร้อมจะกลับคืนสู่ผืนป่าอันกว้างใหญ่อีกครั้ง และหวังว่ามันจะมีชีวิตรอดต่อไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน



ขอบคุณข้อมูลจาก
Daily MailIUCN
https://hilight.kapook.com/view/202648

Sunday, February 16, 2020

เมืองสั่งปิดพื้นที่รอบทะเลสาบ หลังพบงูเลื้อยมาชุมนุมกันเพียบ เปิดทางให้ในช่วงฤดูผสมพันธุ์

ภาพจาก เฟซบุ๊ก City of Lakeland Parks & Recreation  

        ทางการประกาศปิดกั้นพื้นที่รอบทะเลสาบ หลังพบฝูงงูมาร่วมชุมนุม ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ แนะคนอย่าเข้าไปรบกวน ปล่อยให้งูจัดการธุระกันไปตามธรรมชาติ

         วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ทางกรมนันทนาการและสวนสาธารณะประจำเมืองเลกแลนด์ รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ เพิ่งจะออกมาแจ้งเตือนประชาชนและทำการปิดกั้นพื้นที่ใกล้ ๆ ทะเลสาบฮอลลิงส์เวิร์ธ ในสัปดาห์นี้ เพื่อเปิดทางให้กลุ่มงูจำนวนมากมารวมตัวกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์
          โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้น สืบเนื่องจากทางหน่วยงานได้รับแจ้งว่ามีประชาชนพบงูในพื้นที่ดังกล่าวหลายครั้ง จึงได้รวมกับทางกรมโยธาเข้าไปตรวจสอบ กระทั่งพบว่าช่วงเวลานี้เป็นฤดูผสมพันธุ์ของงูน้ำฟลอริดา ทำให้มีงูจำนวนมากเลื้อยมารวมตัวกันรอบ ๆ ทะเลสาบเพื่อหาคู่ผสมพันธุ์

ดังนั้นเพื่อให้งูเหล่านี้สามารถจัดการธุระส่วนตัวได้อย่างสะดวก โดยไม่มีมนุษย์เข้าไปรบกวน ทางการจึงตัดสินใจนำเทปไปขึงกั้นพื้นที่รอบ ๆ ทะเลสาบ ไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้เพื่อความปลอดภัยของทั้งคนและเหล่างูจำนวนมาก

          ทั้งนี้ ทางกรมนันทนาการและสวนสาธารณะประจำเมืองเลกแลนด์ ยังได้ชี้แจงด้วยว่า งูน้ำฟลอริดาที่มาชุมนุมกันเพื่อผสมพันธุ์ในครั้งนี้ ไม่ใช่งูพิษ และปกติก็ไม่มีพฤติกรรมก้าวร้าว เว้นแต่จะถูกเข้าไปรบกวน โดยพวกมันจะมารวมตัวกันเพื่อผสมพันธุ์ปีละครั้ง และคาดว่าเมื่อฤดูผสมพันธุ์จบลง งูก็จะแยกย้ายกันไปเอง นอกจากนี้ทางกรมยังย้ำว่างูเหล่านี้มีส่วนสำคัญทางระบบนิเวศ มนุษย์จึงไม่สมควรเข้าไปรบกวน




Wednesday, February 5, 2020

นกฮูกหล่นตุ้บกับพื้น จนท. รีบช่วยนึกว่าบาดเจ็บ ที่ไหนได้ น้องแค่อ้วนจนบินไม่ขึ้น

ภาพจาก owl-help.org.uk

คนเห็นเจ้านกฮูกหล่นตุ้บลงพื้น บินไม่ขึ้นนึกว่าบาดเจ็บ รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ก่อนรู้ความจริงที่แท้... น้องแค่อ้วน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 เว็บไซต์ BoredPanda เผยเรื่องราวน่ารักชวนยิ้ม เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์นกฮูกซัฟฟอล์ก ในสหราชอาณาจักร ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบนกฮูกหล่นตุ้บลงมาอยู่ที่พื้น บินต่อไปก็บินไม่ขึ้น คิดว่ามันน่าจะได้รับบาดเจ็บ จึงรีบขอความช่วยเหลือ

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปพบตัวเจ้านกฮูกในตอนแรก เข้าใจว่ามันน่าจะตกน้ำมาตัวเปียก ทำให้บินไม่ขึ้น แต่ภายหลังจากตรวจเช็กร่างกายของมันอย่างละเอียด ก็รู้สาเหตุที่แท้จริง นั่นก็คือ เจ้านกฮูกตัวนี้มันอ้วนเกินพิกัดนั่นเอง จึงทำให้มันโผปีกบินไม่ขึ้น

เจ้าหน้าที่เผยว่า ปกติแล้วในกรณีแบบนี้ มักสันนิษฐานว่าสัตว์จะต้องได้รับบาดเจ็บ แต่กลับเป็นเพราะไขมันที่สะสมอยู่รอบ ๆ ตัวของมัน ที่เป็นสาเหตุ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับนกป่าที่จะมีภาวะอ้วนได้ตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือดูแลให้มันฟื้นตัว โดยเฉพาะช่วยให้มันควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด เพื่อให้ไขมันสะสมเหล่านั้นหายไป


ภาพจาก owl-help.org.uk

หลังจากการไดเอตอย่างจริงจังหลายสัปดาห์ผ่านไป ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นไปในทิศทางที่ดี เจ้านกฮูกดูมีสุขภาพดีและแฮปปี้ ร่างกายมันกลับมาสู่ภาวะปกติเช่นเดียวกับนกฮูกทั่ว ๆ ไป และในที่สุดมันก็สามารถบินได้อย่างแข็งแรงอีกครั้ง เมื่อทางเจ้าหน้าที่ทดสอบมันจนมั่นใจ สุดท้ายจึงตัดสินใจปล่อยมันกลับคืนสู่โลกกว้างเช่นเดิม

หวังว่าหลังจากนี้ มันคงจะรักษาหุ่น ไม่ปล่อยให้ตัวเองตุ้ยนุ้ยจนบินไม่ขึ้นอีกนะ

Thursday, December 12, 2019

ตูบเป็นแผล-ขนโกร๋น ถูกฝังทั้งเป็น รอดชีวิตมาได้ เปลี่ยนไปเป็นคนละตัว

ภาพจาก PAWS of Hawaii

        ตูบถูกทำร้ายทารุณ ถูกฟันเป็นแผล ขนโกร๋นทั้งตัว ก่อนนำมาฝังทรายทั้งเป็น รอดชีวิตมาได้เหลือเชื่อ ก่อนเปลี่ยนไปเป็นคนละตัว

        เจ้าตูบชะตากรรมน่าเวทนาตัวนี้มีชื่อว่า เลอาโลฮา (Leialoha) แปลว่า เด็กที่รัก เมื่อต้นฤดูร้อนที่ผ่านมา มันถูกพบที่บริเวณหาดทรายของหาดโออาฮู ที่ฮาวาย อยู่ในสภาพเหมือนสุนัขถูกแดดเผา มีบาดแผลเต็มร่างกาย ขาซ้ายหน้าของมันมีรอยฟันรุนแรง ซึ่งน่าจะเป็นผลงานจากมีดเปื้อนสนิมที่ถูกฝังอยู่ใกล้ ๆ กับมัน ขนของมันร่วงหายไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เห็นผิวหนังของมันกลายเป็นสีแดงชัดเจน  

          ภาพการช่วยเหลือเจ้าตูบตัวดังกล่าวเป็นภาพที่น่าเศร้าและสะเทือนใจของใครหลาย ๆ คน สัตวแพทย์พบว่า มันมีอาการของโรคผิวหนังที่รุนแรง และอยู่ในสภาวะขาดน้ำ ก่อนจะมีประกาศขอความช่วยเหลือออกมาสู่สาธารณชน

          เพียงไม่กี่เดือนผ่านไป สภาพของมันในวันนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ขนสีขาวบริสุทธิ์ สลับกับจุดสีน้ำตาลของมันกลับคืนมาอีกครั้ง แววตาที่เศร้าหมองสิ้นหวังหายไป กลายเป็นแววตาแห่งความร่าเริงสดใส น่าดีใจแทนเจ้าตูบจริง ๆ

          การช่วยเหลือในครั้งนี้ ต้องขอบคุณการดูแลที่น่าอัศจรรย์จากทีมบริการสัตวแพทย์ Aloha Affordable Veterinary Services โดยอะแมนดา เป็นผู้คอยจัดการ และได้รับความช่วยเหลือจากทีมงานในชุมชน ที่พร้อมมาให้การสนับสนุนอย่างเต็มความสามารถ


Wednesday, December 4, 2019

ลูกหมาถูกทิ้ง มีหางงอกกลางหัว คนแห่เอ็นดู ตั้งฉายา เจ้ายูนิคอร์นน้อย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull

               เจ้าหน้าที่ในสหรัฐฯ ช่วยลูกหมาถูกทิ้ง มีหางจิ๋วงอกกลางหัว เรียกกันว่า เจ้ายูนิคอร์นน้อย กลายเป็นโด่งดัง มีแต่คนเอ็นดูมากมายเลยตอนนี้

              วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 เว็บไซต์เดอะซัน เผยเรื่องราวของเจ้าตูบน้อยตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นลูกสุนัขที่มีความแปลกประหลาดและพิเศษรวมอยู่ด้วยกัน เพราะมีหางจิ๋วงอกขึ้นมากลางหัว แต่ก่อนที่จะกลายมาเป็นที่รู้จัก มันมีชะตากรรมที่น่าเศร้า

               เจ้าของใจร้ายนำมันมาทิ้ง ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลใด แต่เคราะห์ดีที่ทางเจ้าหน้าที่ทีม Mac's Mission กลุ่มองค์กรช่วยเหลือสัตว์ ในรัฐมิสซูรี สหรัฐฯ ไปพบมันอยู่กับสุนัขตัวใหญ่อีกตัวหนึ่ง จึงได้ช่วยพวกมันไว้ โดยเจ้าตูบน้อยอยู่ในสภาพบาดเจ็บ เท้ามีแผล คาดว่าเป็นสายพันธุ์ดัชชุนด์ ผสมเทอร์เรีย แต่ที่สะดุดตาจริง ๆ ก็คงจะเหมือนที่เห็น ๆ กันอยู่ นั่นก็คือ มีหางจิ๋วงอกออกมากลางหัว


ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull

               ภายหลังจากทำการเอกซเรย์และตรวจเช็กร่างกายที่คลินิกสัตว์ Cape Small Animal Clinic ก็พบว่า หางจิ๋วกลางหัวของมันนั้น ไม่ได้เชื่อมต่อกับการทำงานใด ๆ ในร่างกาย และมันไม่สามารถกระดิกหรือส่ายไป-มาเองเหมือนหางทั่วไปได้ ซึ่งหางปกติของมันก็ยังคงมีอยู่ และใช้การได้ปกติ แม้จะดูแปลกแต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะเท่ากับว่า หางจิ๋วนี้เป็นความพิเศษที่ทำให้มันกลายเป็นลูกสุนัขที่เจ๋งสุด ๆ เท่าที่เคยพบมา


ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull

               ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งชื่อให้ว่า นาร์วาล (Narwhal) และเพราะรูปลักษณ์ที่พิเศษ ทำให้เจ้านาร์วาลได้รับฉายาว่า เจ้ายูนิคอร์นน้อย โดยภายหลังจากทางเจ้าหน้าที่นำภาพและคลิปความน่ารักไปโพสต์แชร์ในเพจทางโซเชียล ก็กลายเป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมาก ต่างพากันเอ็นดูและชื่นชม จนตอนนี้โด่งดังใหญ่แล้ว

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Mac the pitbull

               อย่างไรก็ดี หากในภายหลังพบว่าหางจิ๋วของเจ้านาร์วาลจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ก็จำเป็นต้องตัดมันทิ้ง เมื่อเจ้านาร์วาลเติบโตและแข็งแรงพอที่จะทนรับกับการผ่าตัดได้ แต่ทั้งนี้ หากพบว่าหางจิ๋วนี้ไม่เป็นปัญหาใด ๆ ก็จะเก็บมันไว้เช่นนี้ ซึ่งตอนนี้ทางสัตวแพทย์เผยว่า ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องตัดความพิเศษนี้ออกไปจากเจ้านาร์วาล 




https://pet.kapook.com/view217164.html

Wednesday, May 3, 2017

พบกับ โคอุเมะจัง ฮิปโปสายแบ๊ว เจ้าของรอยยิ้มละลายใจ มุ้งมิ้งจนใคร ๆ ก็หลงรัก




         น่ารักไปแล้วน้าาา ~ เปิดภาพสุดน่ารักของ โคอุเมะจัง ฮิปโปน้อยจอมแบ๊วแห่งสวนสัตว์ญี่ปุ่น ส่งยิ้มหวานละลายใจจนทุกคนหลงรัก แชร์กระหน่ำทั่วเน็ต กลายเป็นเน็ตไอดอลไปแล้ววว

          เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2560 สำนักข่าวพีเพิลส์เดลี่ รายงานเรื่องราวน่ารักชวนอมยิ้ม ฮิปโปน้อยจอมซนที่ชื่อ โคอุเมะจัง ได้กลายเป็นขวัญใจคนใหม่ของชาวเน็ตญี่ปุ่นไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากมีคนแชะภาพเจ้าฮิปโปน้อยตัวนี้ขณะโผล่หัวออกมาทักทายจากบ่อ ที่ตอนแรกก็มองกล้องแบบงง ๆ มึน ๆ แต่แล้วก็ แฮ่ ! ...เอียงคอส่งยิ้มสุดน่ารัก แถมยังแลบลิ้นอีกด้วย ทำเอาคนเห็นอดใจละลายไม่ไหว


         ฮิปโปจอมแบ๊วผู้น่ารักตัวนี้เป็นลูกฮิปโปแคระที่อาศัยอยู่ในสวนสัตว์และพฤกษศาสตร์ฮิงาชิยามะ ตั้งอยู่ในเขตชิกุซากุ เมืองนาโงยา ประเทศญี่ปุ่น ฮิปโปแคระมีลักษณะต่าง ๆ เหมือนกับฮิปโปโปเตมัสปกติธรรมดาทั่วไปทุกประการ เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก ถ้าโตเต็มที่จะมีลำตัวยาว 1.5-1.75 เมตร ความสูงวัดจากปลายกีบเท้าถึงหัวไหล่อยู่ที่ราว 1 เมตร ในขณะที่ฮิปโปปกติที่โตเต็มที่จะมีขนาดลำตัวยาวได้ถึง 3.5 เมตรเลยทีเดียว

 
          ตอนนี้โคอุเมะจังได้กลายเป็นดาราตัวใหม่ประจำสวนสัตว์ฮิงาชิยามาไปเรียบร้อยแล้ว ก็น่ารักน่ากอดแบบนี้ ใครจะไม่หลงรักไหวกันล่ะ จริงมั้ยยยยย.....





ภาพจาก ทวิตเตอร์ @tomotomotomomo
ข้อมูลจาก konicaminolta.com

Wednesday, February 22, 2017

เนียนมากนะเนี่ย งูตบตานักล่าไม่ให้ถูกกิน ทำแกล้งตายนอนหงายท้องแหงแก๋




        เอารางวัลออสการ์ไปเลย ! เปิดภาพงูจมูกหมูจอมฉลาด แกล้งตายหลอกนักล่าไม่ให้มากิน งานนี้เนียนมากจนรอดตาย

         การแกล้งตายเป็นสิ่งที่สัตว์หลายชนิดทำในธรรมชาติ ซึ่งทำไปเพื่อเป็นการเอาตัวรอด หลอกนักล่าให้คิดว่าตัวเองเป็นศพแล้วเดินผ่านไป งูตัวนี้ก็เป็นสัตว์อีกชนิดหนึ่งที่ทำทีแกล้งเป็นว่าตายเพื่อไม่ให้ถูกกิน แต่ใครจะคาดคิดว่าสกิลการแกล้งตายของมันนั้นมีความสมจริงระดับมือโปร

         งูนักแสดงตัวนี้คืองูอีสท์เทิร์น ฮอกโนส (Eastern Hognose) หรือมีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยว่างูจมูกหมู มันเป็นงูลำตัวกลมป้อมหน้าตาน่ารักที่แกล้งตายได้อย่างเก่งกาจ จากการรายงานของเว็บไซต์มิเรอร์ เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 ระบุว่า งูตัวนี้อาศัยอยู่ที่รัฐเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อมันเห็นว่ามีแมวผ่านเข้ามาใกล้และคิดว่าตัวเองต้องตกเป็นเหยื่อแน่ ๆ แล้ว มันก็เริ่มบิดตัวไปมาราวกับว่ากำลังเจ็บปวด พลิกตัวนอนหงายท้อง อ้าปากแลบลิ้น แถมยังส่งกลิ่นเหม็นเน่าออกมาจากตัว


       มันเล่นใหญ่อยู่แบบนั้นจนกระทั่งแน่ใจว่าแมวจอมโหดคิดว่ามันตายจนเน่าไปแล้วแน่ ๆ และเมื่อแมวจากไปแล้วมันก็คลายตัวออก คืนสู่สภาวะปกติ กลับมาเป็นงูน่ารักเหมือนเดิม

         การเล่นละครฉากใหญ่นี้มีมนุษย์รายหนึ่งบังเอิญได้เป็นผู้ชมด้วย เขาคนนั้นคือ เคนเนธ กีซี ช่างภาพที่ติดตามถ่ายภาพชีวิตสัตว์มาตั้งแต่ปี 2552 เคนเนธเล่าว่าตอนที่เขาเห็นงูตัวนี้ เขาเพิ่งออกจากร้านค้าและกำลังเดินกลับบ้าน ในระหว่างทางเขาสังเกตเห็นแมวจรจัดตัวหนึ่งแอบซุ่มอยู่ในกอหญ้าใกล้ ๆ เขาคิดว่าแมวตัวนี้อาจจะเจอตัวอะไรสักอย่างซึ่งน่าจะเป็นงู เมื่อเดินไปสำรวจดูใกล้ ๆ ก็พบเจ้างูจมูกหมูตัวนี้นอนหงายท้องอยู่


       "ตอนแรกผมก็คิดนะว่า เอ๊ แมวมันเห็นงูแน่ ๆ เลยเดินไปดูให้แน่ใจ แล้วก็เห็นเจ้างูแสนสวยตัวนี้ สำหรับสัตว์แล้ว คุณจะเห็นสัตว์ชนิดหนึ่งล่าสัตว์อื่น ๆ เป็นเรื่องธรรมดา แต่บางครั้งคุณก็เห็นพวกมันทำอะไรตลก ๆ ทำอะไรที่ดูขนลุก หรือแม้แต่ทำเรื่องที่เห็นแล้วอบอุ่นใจ " เคนเนธ กล่าวถึงการค้นพบเจ้างูตัวนี้


         เคนเนธกล่าวว่า สัตว์โลกล้วนปรับตัวอยู่เสมอ มันเรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ต่าง ๆ งูเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่เอาตัวรอดในเก่งกาจในหลายสถานการณ์ มันมักจะแกล้งตายอยู่เสมอ แต่สำหรับสายพันธุ์ที่เล่นละครตบตาว่าตายได้แนบเนียนที่สุดต้องยกให้งูจมูกหมู

 
         "เห็นได้ชัดเลยว่ามันเก่งมากจริง ๆ แถมยังส่งกลิ่นเน่าหลอกได้เนียนสุด ๆ นักล่าที่ไหนจะอยากเขมือบงูตายแห้ง ๆ เน่า ๆ แบบนี้ล่ะจริงไหม" เคนเนธ กล่าว



https://hilight.kapook.com/view/149537