Sunday, May 15, 2016

ผู้โดยสารเหวอ เมื่อหญิงสุดมั่นคนนี้สวมบิกินี่ตัวจิ๋วโดยสารรถไฟใต้ดิน





ผู้โดยสารรถไฟใต้ดินเซินเจิ้น เหวอ หญิงสาวก้าวขึ้นรถไฟมาในสภาพไม่ใส่เสื้อผ้า มีเพียงบิกินี่ตัวจิ๋วปกปิดหน้าอกและของสงวนเท่านั้น นี่อากาศร้อนหรือมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นนี่

          เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ รายงานว่า ผู้โดยสารหญิงรายหนึ่ง ทำเอาผู้โดยสารคนอื่น ๆ อึ้งไปตาม ๆ กัน เมื่อเธอขึ้นรถไฟใต้ดินมาในสภาพที่ไม่ใส่เสื้อผ้าเลย นอกจากบิกินี่ตัวจิ๋วสีขาวเท่านั้น ขึ้นมานั่งไขว่ห้างบนที่นั่งในขบวนรถอย่างหน้าตาเฉย ไม่แคร์สายตาใครและดูเหมือนไม่รู้ว่าจะตกเป็นเป้าสายตาเสียด้วย

          เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา บนรถไฟใต้ดินเซินเจิ้น เวลาประมาณ 20.00 น. และเมื่อภาพที่เห็นเป็นภาพที่ไม่คุ้นชินเอาเสียเลยในสายตาชาวจีน จึงมีผู้แอบถ่ายภาพเอาไว้ ก่อนจะนำมาโพสต์ลงบนโลกออนไลน์ นำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย โดยในขณะที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องตลกดี แต่ก็มีบางคนไม่คิดแบบนั้น เห็นว่าหญิงคนนี้ไม่รู้กาลเทศะต่างหาก

ภาพจาก shanghaiist.com
http://hilight.kapook.com/view/136729

Saturday, May 14, 2016

ตะลึง ! นักวิทย์พบกอริลลาตัวเมียมีพฤติกรรม เลสเบี้ยน เป็นครั้งแรก




          นักวิทยาศาสตร์อึ้ง พบกอริลลาแอฟริกา เพศเมีย มีพฤติกรรมรักร่วมเพศ เล้าโลมกระตุ้นอารมณ์ทางเพศให้กันเอง เผยเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก คาดช่วยเรื่องการศึกษาวิวัฒนาการมนุษย์

          เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ เผยผลรายการวิจัยของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ซีริล กรูเทอร์ ประจำมหาวิทยาลัยของเวสเทิร์นออสเตรเลีย หลังจากเขาได้ตั้งใจทำการศึกษาสำรวจพฤติกรรมเรื่องการอาหารของกอริลลา ในประเทศรวันดา ทวีปแอฟริกา แต่กลับได้ค้นพบข้อมูลด้านพฤติกรรมทางเพศที่แปลกและน่าทึ่งมาก ๆ

          ดร.ซีริล เปิดเผยว่า จากการสำรวจพฤติกรรมกอริลลาเพศเมียจำนวน 22 ตัว ตั้งแต่ปี 2551-2553 แทนที่เขาจะเห็นกอริลลาตัวเมียจะเกรี้ยวกราดใส่กันเพื่อแย่งชิงอาหารตาม พฤติกรรมปกติของมันที่ควรจะเป็น แต่เขากลับพบว่า กอริลลาจำนวนกว่า 18 ตัว มีพฤติกรรมรักร่วมเพศกับตัวเมียด้วยกัน โดยกอริลลาตัวเมียเหล่านี้จะผลัดกันกระตุ้นเล้าโลมทางเพศให้กัน หลังจากถูกตัวผู้ปฏิเสธ ไม่ว่าจะเป็นการ ถูไถอวัยวะเพศให้กัน หรือการนำอวัยวะเพศไปใกล้กัน และท่าทางพวกมันก็มีความสุขทางเพศอย่างแสดงออกเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ดร.ซีริล ยังพบว่ากอริลลาเพศเมียที่จะร่วมรักกับเพศเดียวกัน มักจะอาศัยแอบทำภารกิจกันในที่ส่วนตัว อย่างการหลบหลังพุ่มไม้

          ทั้งนี้ ผลพวงที่ได้จากการศึกษาครั้งนี้นับเป็นการค้นพบครั้งใหม่ที่น่าเซอร์ไพรส์ มาก ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นข้อมูลสำคัญในการศึกษาทำความเข้าใจวิวัฒนาการการเปลี่ยน แปลงพฤติกรรมในมนุษย์ได้ เนื่องจากกอริลลาเป็นสัตว์สายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มาก

ภาพจาก Cyril C. Grueter / journals.plos.org
http://hilight.kapook.com/view/136703

Thursday, May 12, 2016

ภาพแสนอบอุ่น คุณแม่กับลูกแฝด 5 ที่ใช้ทีมแพทย์ช่วยทำคลอดกว่า 50 คน




        ชมภาพถ่ายสุดอบอุ่นและน่าประทับใจของคุณแม่ กับลูกแฝด 5 ตัวน้อย ๆ ที่ผ่านการทำคลอดโดยใช้ทีมแพทย์และพยาบาลเป็นจำนวนมากถึง 50 คนด้วยกัน

          เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เทเลกราฟ เผยภาพถ่ายน่ารัก ๆ พร้อมเรื่องราวสุดอบอุ่นของคุณแม่กับลูก ๆ แฝด 5 ชาวออสเตรเลีย ที่เธอเพิ่งจะคลอดลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และได้สร้างความชื่นชอบให้กับชาวโลกออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว จนมีผู้ให้ความสนใจเข้าไปกดติดตามเพจของเธอที่ชื่อว่า Surprised by Five มากเป็นจำนวนเกินกว่า 2 แสนรายแล้วในขณะนี้

          คุณแม่คนนี้เธอมีชื่อว่า คิม ทูซซี อายุ 26 ปี เธอได้เขียนบอกเล่าเรื่องราวผ่านทางเพจ เพื่อแชร์ประสบการณ์ที่แสนมหัศจรรย์และน่าประทับใจครั้งนี้ให้ได้ฟังกัน โดยลูกแฝด 5 ของคุณแม่คิม เป็นผู้หญิง 4 คน ส่วนอีก 1 คนเป็นผู้ชาย ซึ่งในการทำคลอดครั้งนี้ต้องใช้ทีมแพทย์และพยาบาลผู้ช่วยมากถึง 50 คนด้วยกัน จนในที่สุดชีวิตน้อย ๆ ทั้ง 5 ก็ออกมาลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัยและแข็งแรงครบทุกคน

  
         ทว่ากว่าจะมีภาพน่ารัก ๆ เช่นนี้ออกมาได้ คุณแม่คิมต้องผ่านนาทีที่ใจหายที่สุดในชีวิตมาเหมือนกัน เมื่อตอนแรกคุณหมอแนะนำให้เธอเก็บลูกไว้เพียง 2 คน ส่วนที่เหลือควรจะทำแท้งออก เนื่องจากเสี่ยงเป็นอันตรายต่อทั้งตัวแม่และเด็กในครรภ์ แต่เธอก็ปฏิเสธและอัศจรรย์แห่งรักของแม่ก็ผลักดันให้เธอทำสำเร็จ เธอสามารถคลอดลูกออกมาสุขภาพดีทั้ง 5 คน แพทย์ทุกคนต่างแทบไม่เชื่อเลยว่าเธอจะสามารถทำได้จริง ๆ

         
การที่คุณแม่จะตั้งท้องลูกแฝด 5 ตามธรรมชาตินั้น มีโอกาสเกิดขึ้นแค่เพียง 1 ใน 55 ล้านเท่านั้น โดยคุณแม่คิมได้โพสต์ภาพเธอและลูกน้อยทั้ง 5 พร้อมกับเขียนบรรยายชวนซาบซึ้งว่า "50 นิ้วมือ 50 นิ้วเท้า กับอีก 6 หัวใจ ที่เต้นพร้อมกันในครั้งเดียว ร่างกายของแม่ต้องต่อสู้อย่างเข้มแข็งที่สุด เพื่อให้ชีวิตน้อย ๆ ลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัย"

  
          ทั้งนี้ นอกจากหนูน้อยแฝด 5 แล้ว เธอยังมีลูกสาววัย 9 ขวบ และลูกชายอีก 2 คน วัย 2 และ 4 ขวบ รวมเด็ก ๆ ในบ้านตอนนี้มีถึง 8 คนเลยทีเดียว ในตอนนี้ครอบครัวของคุณแม่คิม เลยกลายเป็นครอบครัวที่ใหญ่และอบอุ่นสุด ๆ ไปเลย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Erin Elizabeth Photography, Surprised by Five
http://baby.kapook.com

Wednesday, May 11, 2016

ฮือฮา นักเรียนวัย 15 ค้นพบเมืองมายัน พื้นที่ลึกลับที่ไม่มีใครเคยพบ




        เด็กหนุ่มชาวแคนาดาวัย 15 ปี ศึกษาพบความเชื่อมโยงระหว่างผังอาณาจักรมายากับแผนที่กลุ่มดาว ชี้มีพื้นที่ลึกลับกลางป่าในเม็กซิโก เทียบกับดวงดาวแล้วเชื่อว่าเป็นซากเมืองโบราณอีกแห่ง ขณะภาพถ่ายดาวเทียมชี้ มีร่องรอยสิ่งปลูกสร้างจริง รอการเดินทางเข้าสำรวจ

          เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์ Science Alert เปิดเผยเรื่องราวการค้นพบร่องรอยอันอาจเป็นเมือง โบราณอีกแห่งของอาณาจักรมายา เจ้าของอารยธรรมโบราณอายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี อยู่กลางป่าบนคาบสมุทรยูทากัน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก โดยการค้นพบนี้เกิดขึ้นจากเด็กนักเรียนชาวแคนาดาวัยเพียง 15 ปี ชื่อ วิลเลียม กาดูรี

          วิลเลียมเผยว่า เขาเริ่มศึกษาเรื่องอาณาจักรมายาด้วยตนเอง และเกิดสงสัยว่าทำไมซากอารยธรรมของชาวมายันที่ถูกค้นพบ ถึงไปตั้งอยู่ในป่าลึก บ้างก็เป็นเพียงบริเวณเล็ก ๆ ดูแล้วไม่น่ามีความสำคัญ กระทั่งนำเรื่องที่ชาวมายันบูชาดวงดาวเข้ามาเชื่อมโยงกัน ก็ได้พบว่า เมืองใหญ่ ๆ ของชาวมายันนั้นตั้งอยู่ตรงกับตำแหน่งของดาวดวงที่สุกสว่างที่สุดในกลุ่มดาว ต่าง ๆ พอดิบพอดี จึงได้ตั้งสมมติฐานขึ้นมาว่า ชาวมายันได้สร้างเมืองขึ้นตามตำแหน่งดวงดาว

  
       วิลเลียมศึกษากลุ่มดาวมายันไปแล้ว 22 กลุ่ม และได้ทำแผนที่ดวงดาวของตนเองขึ้นมา ซึ่งจากแผนที่นั้น เขาสามารถเชื่อมโยงระบุตำแหน่งเมืองโบราณของชาวมายันที่ค้นพบแล้ว 117 แห่งเข้ากับตำแหน่งดวงดาวได้ และล่าสุดที่เขาได้ศึกษาตำแหน่งดวงดาวกลุ่มที่ 23 ซึ่งประกอบด้วยดาว 3 ดวง วิลเลียมก็สามารถเชื่อมโยงมันเข้ากับจุดที่พบซากอารยธรรมมายาได้แล้ว 2 แห่ง เหลืออยู่เพียงดวงสุดท้าย ที่ตำแหน่งของมันตกลงที่กลางป่าลึกบนคาบสมุทรยูทากัน ของเม็กซิโก เด็กชายจึงคาดว่าจุดนี้จะต้องเป็นเมืองมายาอีกแห่งที่ยังไม่เคยถูกค้นพบเป็นแน่

          เด็กหนุ่มผู้นี้ยังสืบค้นลงไปอีกและพบว่า บริเวณป่าดังกล่าวได้เผชิญไฟป่าไปเมื่อปี 2548 อันหมายความว่าหากมองลงมาจากด้านบน ก็น่าจะมองเห็นร่องรอยซากสิ่งปลูกสร้างอะไรได้บ้าง วิลเลียมจึงได้ทำการสำรวจร่างจุดที่น่าจะเป็นเมืองโบราณนั้นจากกูเกิลเอิร์ธ และในที่สุดก็ได้เกิดการตรวจภาพดาวเทียมที่ได้จากนาซา, องค์การอวกาศแคนาดา และองค์การอวกาศญี่ปุ่น และพบว่า ที่ตรงนั้นมีร่องรอยสิ่งปลูกสร้างเกิดขึ้นเป็นแนว ซึ่งดูแล้วไม่ใช่ฝีมือธรรมชาติเป็นแน่ มันเป็นร่องรอยของพีระมิด และสิ่งปลูกสร้างอีก 30 หลัง นับได้ว่าเป็น 1 ใน 5 เมืองมายันที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการค้นพบมา วิลเลียมได้ตั้งชื่อดินแดนโบราณที่เขาพบตรงนี้ว่า K’àak’ Chi’ ซึ่งแปลว่า ปากแห่งไฟ

          ในตอนนี้ วิลเลียมกำลังทำงานร่วมกันทีมงานขององค์การอวกาศแคนาดา เพื่อเผยแพร่การค้นพบของเขาลงในวารสารสำหรับสมาชิก ตลอดจนจะได้รับเกียรติขึ้นกล่าวถึงการค้นพบของตนเองในนิทรรศการวิทยาศาสตร์ นานาชาติของบราซิลในปี 2560 นี้ด้วย

          นอกจากนี้แล้ว ทีมนักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยนิว บรุนสวิก กำลังทำเรื่องขอเงินสนับสนุนเพื่อลงสำรวจขุดค้น ณ พื้นที่ดังกล่าวอยู่ โดยนักโบราณคดีผู้นำโครงการนี้ระบุว่า หากทุนได้รับการอนุมัติ ก็จะพาวิลเลียมไปร่วมขุดค้นด้วยอย่างแน่นอน

ภาพจาก yucatanexpatlife / Canadian Space Agency
http://hilight.kapook.com/view/136548

Wednesday, May 4, 2016

ฮือฮา ชาวประมงอ้างพบนางฟ้าตกสวรรค์ โอละพ่อนี่มันตุ๊กตายางชัด ๆ




               ชาวประมงอินโดนีเซียอ้างพบนางฟ้าตกสวรรค์ลงมาในทะเล เลยพากลับไปดูแลที่บ้าน ข่าวสะพัดทำคนฮือฮา ก่อนมีผู้เฉลยความจริงว่า นี่มันตุ๊กตายางต่างหาก !

                เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 เว็บไซต์เทเลกราฟ  มีรายงานข่าวชวนหัวจากประเทศอินโดนีเซีย เมื่อนายโปยก สาทู ชาวประมงจากหมู่บ้านกะลุปาปี เกาะสุลาเวสี ได้พบนางฟ้าตกสวรรค์เข้าเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวอ้างว่า ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างตกลงมาจากฟ้า และก็ได้เห็นนางฟ้าเนื้อตัวมีเพียงผ้าสีขาวคลุมไว้ กำลังคว่ำหน้าร้องไห้ โดยเธอมีผิวขาว ตากลมโต และคิ้วสีแดง เขาจึงตัดสินใจพานางฟ้าคนนี้กลับไปที่บ้าน ซึ่งชาวบ้านได้จัดหาเก้าอี้ในนางฟ้านั่ง และยังเปลี่ยนเสื้อผ้ารวมถึงผ้าคลุมศีรษะให้แก่นางฟ้าทุกวันด้วย

  
                    ข่าวนางฟ้าตกสวรรค์สร้างความฮือฮากลายเป็นข่าวเม้าท์ปากต่อปาก และแพร่ไปถึงโลกโซเชียลอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมาถึงจุดที่ความจริงเปิดเผย เมื่อชาวบ้านคนอื่น ๆ อีกหลายคนที่เห็นภาพ แจ้งให้คนกลุ่มนี้ได้ตระหนักว่า ที่พวกเขาพบนั้นไม่ใช่นางฟ้า แต่เป็นตุ๊กตายางต่างหาก แถมยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบถึงที่ และให้คำยืนยันชัดเจนว่า นางฟ้าผิวขาวหน้าตาสะสวยนั้น ไม่ใช่อื่นใดเลย นอกจากเป็นตุ๊กตาบำบัดเซ็กส์เท่านั้นเอง

  
            นายอิคบาล ชายรายหนึ่งในหมู่บ้านกะลุปาปี เผยกับผู้สื่อข่าวว่า เขาเห็นก็รู้แต่แรกแล้วว่ามันคือตุ๊กตายาง และมันคงไม่ได้หล่นมาจากฟากฟ้าที่ไหน แต่น่าจะถูกโยนทิ้งมาจากเรือนี่เอง

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Ihyan Nusi, sukaonline.id
http://hilight.kapook.com/view/136233

Thursday, April 28, 2016

ช็อก สวนสัตว์ตัดคอม้าลายโยนร่างให้เสือกินต่อหน้าคนดู ชี้ม้าลายมีเยอะเกิน




         สวนสัตว์ในนอร์เวย์จับม้าลายตัวเป็น ๆ มาฆ่าตัดคอ ก่อนโยนให้เป็นอาหารของเสือในกรง ต่อหน้าต่อตานักท่องเที่ยวรวมทั้งเด็ก ๆ ด้านเจ้าหน้าที่เผยเป็นเรื่องปกติ

          วันที่ 28 เมษายน 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผย ภาพและรายงานสุดช็อกสะเทือนใจ เมื่อทางเจ้าหน้าที่ของสวนสัตว์ชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองคริสเตนซาน ประเทศนอร์เวย์ ทำเรื่องไม่คาดฝัน จับม้าลายตัวเป็น ๆ ที่ยังมีชีวิตแข็งแรงสมบูรณ์ มาฆ่าตัดคอทิ้งจนเลือดไหลอาบ ก่อนจะจับซากมันโยนเข้าไปให้เป็นอาหารของเสือในกรง ท่ามกลางสายตาของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาชมเป็นจำนวนมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่

          บรรดาผู้ปกครองที่พาเด็กมาเที่ยวสวน สัตว์ในขณะนั้นต่างโมโหเดือดดาล แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการกระทำอันโหดร้ายของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ เช่นนี้ พากันรุมประณามเหตุการณ์สุดสะเทือนใจที่พวกเขาและลูกหลานได้เห็นเช่นนี้

          ด้าน เจ้าหน้าที่ของทางสวนสัตว์ได้ยอมรับว่า ม้าลายตัวดังกล่าวเป็นม้าลายที่ยังมีสุขภาพแข็งแรงดีเป็นปกติ แต่เหตุผลที่ทำเช่นนี้ก็เพราะว่าทางสวนสัตว์มีจำนวนม้าลายมากเกินไป นอกจากนี้ทางสัตวแพทย์ก็ได้แสดงความเห็นว่า เสือกินเนื้อเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคงจะทราบดีอยู่แล้ว วิธีการเช่นนี้จึงเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่ทำให้เสือได้กินอาหารตามวิถีธรรมชาติของมัน

          อย่าง ไรก็ดี หลังจากภาพดังกล่าวถูกนำไปโพสต์ลงโซเชียลเน็ตเวิร์ก จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นท์ว่า ภาพที่เห็นมันช่างสยดสยองมาก เข้าใจว่าสัตว์กินสัตว์เป็นเรื่องปกติ แต่ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นในสวนสัตว์แบบนี้ โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ถือเป็นภาพที่โหดร้ายและรุนแรงมากเกินไป

ภาพจาก vk.com
http://hilight.kapook.com/view/136054